1. Hostess (ฮอสเตส) ค่ายดนตรีอิสระที่ถือกำเนิดในญี่ปุ่นในปี 2000 และเป็นหนึ่งในค่ายเพลงสากลชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งจัดจำหน่ายผลงานให้กับศิลปินชื่อดังของโลกอย่าง ADELE ไปจนถึงศิลปินดังจากค่ายเพลงเพลงอิสระ อาทิ Arctic Monkeys, Radio Head, Travis, Franz Ferdinand, Vampire Weekend และอีกมากมาย

    นอกจากจะทำหน้าที่จัดจำหน่ายผลงานของศิลปินแล้ว Hostess ยังเป็นสะพานเชื่อมศิลปินสู่ฐานแฟนเพลงด้วยการริเริ่มนำวงอินดี้ชั้นนำ มาแสดงคอนเสิร์ตในญี่ปุ่นโดยจัดเป็นมินิเฟสติวัลที่ใช้ชื่อว่า Hostess Club Weekender ในงานนี้นอกจากจะมีคอนเสิร์ตศิลปินอินดี้ที่หาชมได้ยากแล้ว ยังมีการนำซีดี รวมทั้งของที่ระลึก (Merchandise) จากศิลปินมาจำหน่ายอีกด้วย

    จากความสำเร็จในญี่ปุ่น Hostess ก็ได้ขยายธุรกิจออกไปยังประเทศต่างๆในเอเชีย โดยมี Sony Music รับหน้าที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วเอเชีย ในประเทศไทยจัดจำหน่ายโดย BEC-Tero Music

    ในปี 2015 นี้จะเป็นโอกาสพิเศษ! ครั้งแรกที่แฟนเพลงอินดี้ในเมืองไทยจะได้สัมผัสกับศิลปินอินดี้ระดับอินเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Belle &Sebastian, Caribou, tUnE -yArD , The Thurston Moore Band , Temples และ Real Estate และได้พบกับประสบการณ์ดนตรีอินดี้คอนเสิร์ตเฟสติวัลชั้นนำอย่าง Hostess Club Weekender ที่แฟนเพลงทั่วเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลี, สิงค์โปร์ ได้สัมผัสมาแล้ว โดยคอนเสิร์ตที่กรุงเทพจะใช้ชื่อว่า Hostess Club Bangkok จะจัดขึ้นในวันที่ 19 และ 20 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ที่ GMM Live House at CentralWorld
  2. Mr. Neil Thompson

    Managing Director of Live Nation BEC-Tero Entertainment.

    We are thrilled to bring Hostess Club to Thailand. The fan of this music genre don’t have a lot of opportunity to experience live performances, especially from artists of this caliber

    Phinit Fakpraphai

    Online Radio Programme Director, BEC-Tero Radio

    น้อยนักที่เราจะได้ฟังดีเจเปิดแผ่นโดยใช้ทักษะการเล่าเรื่องผ่านเสียงดนตรีและเมโลดี้ที่สวยงาม Caribou คือหนึ่งในนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม DJ Set ของพวกเขาถึงได้ตำแหน่ง The Best Essential Mix of The Year 2014 จาก BBC Radio 1

    Slot Machine members (P'Auto&P'First)

    ผมว่าวัฒนธรรมที่มันไหลเข้ามาในเมืองไทยหลายๆอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงวงการได้นะ ไม่ว่าจะเป็นวงการศิลปะ วงการภาพ วงการละคร วงการเพลง ผมว่างานนี้ก็เป็นอีกงานนึงที่ ทั้ง ฮิปส์เตอร์ กี๊ค หรือคนทั่วไปที่กำลังมองหาสิ่งใหม่ๆ แรงบันดาลใจเอาไปต่อยอด ผมว่างานนี้เหมาะสำหรับพวกคุณ

    Paris Champ Atirekanond

    Program Director Eazy FM 105.5

    Hostess Club คือเทศกาลดนตรีที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แค่ชื่อของ Belle and Sebastian กับ Caribou ก็ทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว

    Ball - Scrubb

    "สำหรับ Hostess Club Bangkok ที่กำลังจะมาถึงในบ้านเราที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ก็อย่างที่บอกมีวงที่เป็นอินดี้ป๊อปชั้นนำ ที่เราคุ้นเคยแล้วอย่าง Belle &Sebastian โปรเจ็คพิเศษของพี่ๆ Sonic Youth และวงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองในอังกฤษ ในยุโรปด้วย ไม่บ่อยครั้งนักที่ 5-6 วงจะมารวมตัวกันครั้งเดียวในบ้านเราสองวัน และบัตรราคาไม่แพงเลย อยากให้ทุกคนที่รักดนตรี รักในเสียงเพลง และก็ชอบอะไรที่เป็นทางเลือกใหม่ เป็นความแตกต่างมาสนุก มาจอยกัน เชื่อว่าทุกๆคนน่าจะได้อะไรกลับไปแน่นอน

    ปิโยรส หลักคำ

    คอลัมนิสต์ดนตรี Music Express Mag

    ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะมีเทศกาลดนตรีรวมวงอินดี้ระดับโลกมาให้ชมกันถึงเมืองไทย กับความน่าสนใจของทั้ง 6 วงที่มาในงานนี้คุณภาพแบบเน้นๆ

    ดีเจบ๋อม

    นักดนตรีและดีเจ Rock On Radio.FM

    วงดนตรีที่เราควรดูคือ วงที่ฮิตกับวงที่เจ๋ง วงที่ฮิตนั้นเรามีโอกาสได้ดูบ่อยๆ แต่วงเจ๋งๆ เราอาจไม่ได้หาดูง่ายๆ ทุกวง โดยเฉพาะสาย Indie ซึ่งปกติเราก็ได้แต่ดูผ่าน Youtube ครั้งแรกที่ผมได้ฟังเพลงของวง Temples ผมก็กลายเป็นสาวกไปเลย แต่ถึงจะชอบแต่ไหนก็ไม่เคยคิดไปไกลว่าจะได้ดูวงนี้สด ๆ ซักวัน จนกระทั่งได้เห็น Line up ของศิลปินที่จะมาเล่นที่ Hostess Club Bangkok เล่นเอาผมตาแทบถลน เพราะคิดว่สตาฝาดไปแล้วแน่ ๆ ที่วงอินดี้เจ๋ง ๆ จะยกโขยงมาเล่นให้เราดูในงานเดียว

    ณัฐา ศรีศารคาม

    Music Director 95.5 Virgin Hitz

    ถ้าดนตรีเหมือนอาหาร นี่คืองานที่คุณจะได้ทานอาหารนานาชาติ ที่หาทานได้ยาก แต่งานนี้งานเดียวคุณจะทานได้อิ่มอย่างจุใจ มันเป็นความสุขบนความคุ้มค่า คิดดูสิ ถ้าต้องซื้อตั๋วเครื่องบิน รวมค่าบัตร concert จนครบทุกวง คุณต้องจ่ายเท่าไหร่ งานนี้ Hostess Club Bangkok งานเดียว ที่ให้คุณได้มากขนาดนี้

    ว่าน วันวาน

    ปี 2013 เคยได้มีโอกาสไปดู Real Estate ที่ประเทศสิงคโปร์ขนาดจ่ายตังค์บินไปถึงที่นู่นยังรู้สึกว่าคุ้มมากๆ เลย ปีนี้พวกเค้ามาเล่นให้ดูถึงที่ไทย เสียแค่ค่าบัตรกับค่าน้ำมันรถนิดหน่อยคงจะคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแน่ๆ รวมไปถึงไลน์อัพวงอื่นเจ๋งๆ อย่าง Belle & Sebastian ไหนจะ Temples คิดว่าพลาดครั้งนี้ ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่

  3. Artist's profile

    Belle and Sebastian

    Belle and Sebastian คือ วงอินดี้ ป๊อบ ที่มีสมาชิก 7 คน มาจากกลาสโกว ประเทศสกอตแลนด์ ตั้งวงขึ้นในปี 1996 ชื่อวงได้รับแรงบันดาลใจมากจากหนังสือเด็กฝรั่งเศส ชื่อ “Belle et Sébastien” เขียนขึ้นในยุค 1960’s พวกเขาเดินหน้าทำเพลงและได้แสดงสดในสถานที่สำคัญๆ อย่าง ฮอลลี่วู๊ด โบล์ ในลอส แองเจิล ลิส สหรัฐอเมริกา เพลงของพวกเขาได้รับการกล่าวถึงว่ามีความเพ้อฝัน และได้รับการเปรียบเทียบกับวง The Smiths
    - เป็นหนึ่งในวงร็อคอินดี้ที่ได้รับการกล่าวขานมากในช่วงยุค 1990s และ 2000s
    - นักวิจารณ์ชื่นชมสไตล์เพลงความเป็นโฟล์ค ร็อคที่ไม่ดุดัน ขณะที่แฟนเพลงก็เข้าถึงเนื้อเพลงที่มีการถากถาง ซึ่งมาจากความรู้สึกแปลกแยกจากสังคม ความสับสน และความเจ็บปวด
    - พวกเขาขึ้นชื่อจากการไม่ชอบออกสื่อ พวกเขาใช้รูปของเพื่อนๆแทนในงานแถลงข่าว ส่วนนักร้องนำอย่าง สจ๊วต เมอร์ดอค ก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์เลยจนกระทั่งปี 2000 แต่พวกเขาก็เป็นวงดนตรีที่ได้รับงานโฆษณาอย่างมากมายอย่างน่าแปลกใจ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรอังกฤษ
    - Belle & Sebastian ขึ้นคอนเสิร์ตร่วมกับ The Los Angeles Philharmonic ที่มีผู้ชมกว่า 18,000 คนเข้าชมเต็มความจุของสนาม Hollywood Bowl ในฤดูร้อนปี 2006

    Belle & Sebastien:
    • One of indie rock's most celebrated groups during the 1990s and 2000s.
    • Critics applauded the band's soft, unobtrusive folk rock, while fans connected with the group's lyrics, which perfectly capture a misfit's cynicism, confusion, and pain.
    • Notorious for their media-shyness —they often use snapshots of friends for press photos, while reluctant frontman Stuart Murdoch refused to conduct interviews until 2000 —Belle and Sebastian have nevertheless achieved a surprising amount of commercial success, particularly in the U.K.
    • Belle and Sebastian played along with the Los Angeles Philharmonic to sold-out audience of 18,000 at the Hollywood Bowl in the summer of 2006.

    MV

    Caribou

    แดน วิคเตอร์ สเนธ คือนักดนตรีแนวอิเล็กโทร นักแต่งเพลง และศิลปินจากออนทาริโอ แคนาดา แต่เป็นที่รู้จักในนาม Caribou ซึ่งเขาเป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องอย่างมากในวงการอิเล็กโทร เขามีผลงานสองอัลบั้มที่เปิดตัวภายใต้ชื่อในวงการเดิม คืออัลบั้ม 'Start Breaking My Heart' และ 'Up In Flames' ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลง นักวิจารณ์ยกย่องความฉลาดในการทำเพลงของเขามาก
    - ผลงานช่วงแรกของแดน สเนธ ใช้ชื่อในวงการว่า Manitoba และเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินดาวรุ่งแนวเพลงอเล็กทรอนิกส์ในช่วงต้นยุค 2000s
    - หลังจากย้ายไปลอนดอน เขาปล่อยตัวอัลบั้มชุดที่สอง ชื่อ Up in Flames (2003) และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักวิจารณ์อย่างมาก
    - สเนธ จำเป็นต้องเลิกใช้ชื่อ Manitoba หลังจาก Handsome Dick Manitoba นักร้องนำวง Dictators ฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ชื่อ แม้ว่าตลอด 15 ปี เขาจะมีผลงานเพียงชิ้นเดียวภายใต้ชื่อของเขา ทำให้สเนธต้องเปลี่ยนชื่อโปรเจคของเขาเป็น Caribou
    - อัลบั้ม Andorra ของเขาในปี 2007 ได้รับรางวัล Polaris Music Prize ของประเทศแคนาดาในปี 2008
    - อัลบั้มชุดที่ 6 และอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาชุด Our Love เปิดตัวในปี 2014

    Caribou:

    • Dan Snaith's early recordings as Manitoba underlined his status among the chattering electronic classes as one of the brightest talents to emerge during the early 2000s.
    • After moving to London, he released an excellent second album, Up in Flames (2003), that saw him become a darling of critics.
    • Snaith was forced to give up the name Manitoba after Dictators frontman Handsome Dick Manitoba sued for trademark infringement, despite the passing of 15 years since the release of the only material under his name. He renamed his project Caribou.
    • His 2007 album Andorra won Canada's 2008 Polaris Music Prize
    • Their sixth and latest studio album, “Our Love” was released in 2014

    MV

    tUnE-yArDs

    tUnE-yArDs เป็นโปรเจคเพลงของนักร้องนักดนตรี เมอร์ริล การ์บัส เธอเกิดและเติบโตทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา เพลงของเธอได้รับการจัดให้อยู่ในหมวด เวิล์ด บีท, เอ็กซ์เพอริเมนทอล, อินดี้ ป๊อบ และ โฟล์ค
    - แมร์ริล การ์บัส ทำงานเพลงชิ้นแรกของ tUnE-yArDs ด้วยการใช้เครื่องอัดเทป อัดทีละเพลงแล้วเอามารวมกัน ที่ต้องทำงานหนักแบบนี้ก็เพราะมีต้นทุนน้อย จนกระทั่งได้อัลบั้มชุด Bird-Brains (2009)
    - หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน วิจารณ์ให้ 5 ดาว พร้อมเรียกเธอว่า ศิลปินที่ได้รับการค้นพบแห่งปี
    - เธอชวน เนท เบรนเนอร์ มาเล่นเบส และจัดแสดงสดที่ไม่ควรพลาดของ tUnE-yArDs
    - ในอัลบั้มชุดต่อมา เธอตั้งชื่อว่า w h o k i l l (2011) เนื้อเพลงของเธอมีความเป็นหญิง ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของชายหญิง และเชื่อมโยงเข้ากับความรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นในระแวกบ้านของเธอ
    - w h o k i l l ได้รับการยกให้เป็นอัลบั้มแห่งปีบนโพลอันทรงเกียรติ Pazz & Jop ของ Village Voice ซึ่งวัดจากเสียงโหวตของนักวิจารณ์ผู้ทรงคุณวุฒิของอเมริกา 700 คน
    - อัลบั้มที่ 3 ของเธอ ชุด Nikki Nack ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ทำให้หลายเพลงมีความโดดเด่นมากขึ้น เช่น To ask Malay) ที่เคยร่วมงานกับ แฟรงค์ โอเชียน, อลิเชีย คีย์ส และ บิ๊ก บอย รวมถึง จอห์น ฮิล โปรดิวเซอร์ของ ริฮานนา ชากิร่า และ เอ็ม ไอ เอ
    - การทดลองยังคงเป็นกุญแจสำคัญของ tUnE-yArDs โดยที่มีการใช้ลูปเพดอลเด่นมากในอัลบั้มแรก และแซ็คโซโฟนเป็นเครื่องดนตรีหลักในอัลบั้มที่ 2 ส่วนอัลบั้มนี้ มีกลองแต่หัวใจ แต่ก็มีเสียงเบสของเนทที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน

    tUnE-yArDs :
    • Merrill Garbus first committed her tUnE-yArDs persona to tape using a simple dictaphone to capture every part and then pieced it all together on GarageBand. A laborious process partly enforced by tight finances, the resulting album Bird-Brains (2009).
    • The Guardian in their five-star review went as far as to call her "the find of the year.
    • She has enlisted Nate Brenner on bass to help her make tUnE-yArDs an unmissable live act.
    • Her next record, the call to arms that was w h o k i l l (2011). Lyrically, Garbus explored constructs of femininity and sexuality, marrying it with the threat of violence that lurks on the streets where she lives.
    • w h o k i l l named Album of the Year in the Village Voice’s highly prestigious Pazz & Jop poll, based on the votes of 700 of America’s most notable music critics.
    • Her third album Nikki Nack enlisted some big-named producers to help her achieve new heights on some tracks; “To ask Malay (Frank Ocean, Alicia Keys, Big Boi) and John Hill (Rihanna, Shakira, M.I.A.) for input.
    • Experimentation is still key for tUnE-yArDs. Where the loop pedal and the saxophone were main components of the first and second record respectively, it’s the drum that takes centre stage here, augmented by greater use of synth and Nate’s growing prowess as a bassist

    MV

    Thurston Moore Band

    เธอร์สตัน มัวร์ คือผู้บุกเบิกแนวเพลงอัลเทอเนทีฟ ร็อค ก่อนที่แนวเพลงนี้จะใช้เรียกดนตรีที่กล้าท้าทายเพลงในกระแส เขาคือผู้ก่อตั้งและนายใหญ่ของ Sonic Youth วงดนตรีซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากกับวง Nirvana และอัลบั้ม Daydream Nation ได้รับคัดเลือกจากหอสมุดคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ควรแก่การเก็บรักษาในปี 2006
    - เธอร์ตัน มัวร์ เป็นผู้ก่อตั้ง Sonic Youth วงที่ทำให้ทั้งเพลงยุคใหม่ให้คุณค่ากับการทดลองสิ่งใหม่ๆให้เพลงร็อค แอนด์ โรลล์
    - วง Sonic Youth มีอิทธิพลอย่างมากกับวง Nirvana และอัลบั้ม Daydream Nation ได้รับคัดเลือกจากหอสมุดคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ควรแก่การเก็บรักษาในปี 2006 ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ดนตรีร็อคของวงนี้เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างแท้จริง
    - มัวร์บันทึกเสียงและแสดงสดอย่างมีวินัย ครอบคุมตั้งแต่การอิมโพรไวซ์อย่างอิสระ ทำเวอร์ชั่นอคูสติก ไปจนถึงการใช้เทคนิค แบล็ค/ไวท์ เมทัล/นอยส์
    - นอกจากกิจกรรมที่หลากหลายในวงการเพลงแล้ว เขายังมีส่วนร่วมในการทำสื่อสิ่งพิมพ์ บทกวี และสอนการเขียนปีละครั้งที่มหาวิทยาลัย Naropa University, Boulder Co สถาบันที่ก่อตั้งโดย อัลเลน กินส์เบิร์ก และ แอน วอล์ดแมนในปี 1974

    The Thurston Moore Band:
    • Thurston Moore is the founder of Sonic Youth, the band that turned on an entire generation to the value of experimentation in rock n' roll.
    • From its influence on Nirvana, to Sonic Youth’s own Daydream Nation album being chosen by the US Library of Congress for historical preservation in the National Recording Registry in 2006, the band’s importance in rock history is undeniable.
    • Moore records and performs in a cavalcade of disciplines ranging from free improvisation to acoustic composition to black/white metal/noise disruption.
    • Alongside his various activities in the musical world, he is involved with publishing and poetry, and teaches writing annually at Naropa University, Boulder CO, a school founded by Allen Ginsberg and Anne Waldman in 1974.

    MV

    Temples

    Temples คือวงดนตรีร็อคจากอังกฤษ ก่อตั้งวงในเคทเทอร์ริ่ง ปี 2012 โดย นักร้อง และมือกีตาร์ เจมส์ เอดเวิร์ด แบกชอว์, มือเบส โธมัส เอดเวิร์ด เจมส์ เวล์มส์ลีย์, มือคีย์บอร์ด และ กีต้าริธึ่ม อดัม โทมัส สมิธ และมือกลอง ลอยด์ ทอมส์ พวกเราได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมากแม้จะเป็นวงน้องใหม่ เขาได้รับการยกย่องจากจอห์นนี่ มารร์ และ โนล์ กาลลาเกอร์ว่าเป็นวงดนตรีหน้าใหม่ที่ดีที่สุดในอังกฤษ
    - Temples เป็นวงดนตรีอังกฤษแนว neo-psychedelic ที่ผสมเพลงแนว psychedelic pop กับการทดลองใหม่ๆ เช่นการผสมเพลงของวง Move และ Byrds เข้ากับเพลงคลาสสิคของ the Beatles
    - วงตั้งขึ้นที่เคทเทอร์ริ่ง ประกอบด้วยคู่หูนักร้องนักแต่งเพลงมากความสามารถ อย่าง เจมส์ แบกชอว์ รับหน้าที่นักร้องและกีต้าร์ และ โธมัส วอร์มสลีย์ นักร้องและมือเบส
    - หลักจากการมาของสองสมาชิก มือกลอง แซม ทอมส์ และมือกีต้าร์/คีย์บอร์ด อดัม สมิธ วง Temples บันทึกเสียงซิงเกิลแรกของพวกเขา คือ เชลเตอร์ ซอง (Shelter Song) และโด่งดังอย่างมากในอินเตอร์เนต กระทั่งพวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่าย Heavenly Records ในที่สุด
    - อัลบั้มแรกของพวกเขาคือ Bagshaw-produced Sun Structures ปล่อยตัวออกมาต้นปี 2014

    Temples:
    • British neo-psychedelic band Temples make trippy psychedelic pop that combines the experimental sound of bands like the Move and mid-period Byrds with the classic song craftsmanship of the Beatles.
    • Formed in Kettering, Temples centered around the talents of songwriting duo vocalist/guitarist James Bagshaw and vocalist/bassist Thomas Warmsley.
    • After adding drummer Sam Toms and guitarist/keyboard player Adam Smith to the band, Temples recorded their debut single, Shelter Song, put it on the internet, and set into motion an unstoppable chain of events that eventually saw them signed to Heavenly Records.
    • The band's first album, the Bagshaw-produced Sun Structures, was released in early 2014.

    MV

    Real Estate

    Real Estate ก่อตั้งวงในปี 2009 พวกเขาเป็นวงร็อคอินดี้จากรัฐนิวเจอร์ซี่ และได้เปิดการแสดงสดไปรอบโลก และได้เล่นในเทศกาลดนตรีดังอย่าง Coachella และ Primavera Sound
    - Real Estate เป็นวงร็อคอินดี้จากริดจ์วูด นิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ตอนนี้วงอาศัยอยู่ที่บรู๊คลิน นิวยอร์ก
    - ในวงมีการเปลี่ยนสมาชิกหลายครั้ง สมาชิกปัจจุบันที่ทำอัลบั้มล่าสุด Atlas คือ มาร์ติน คอร์ทนีย์, แจ็คสัน โพลิส, อเล็กซ์ บลีกเกอร์, แมตต์ คาลแมน และ แมทธิว มอนดาไนล์
    - หลังตั้งวงในซัมเมอร์ปี 2008 พวกเขาเริ่มแสดงสดในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น และปล่อยอัลบั้ม the Suburban Beverage 7" จนทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จัก ด้วยแนวเพลง เซอร์ฟี่ โล-ไฟป๊อบ ในต้นปี 2009
    - พวกเขาเข้าร่วมค่าย Domino Records ในปี 2011 ในอัลบั้มที่ 2 Days ซึ่งวางแผงในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้นนั่นเอง Real Estate:
    • Real Estate is an American indie rock band hailing from Ridgewood, New Jersey, and currently living in Brooklyn, New York.
    • They had gone through a few member changes. Their current members for their latest album Atlas include: Martin Courtney, Jackson Pollis, Alex Bleeker, Matt Kallman and Matthew Mondanile.
    • After forming in summer 2008, the band began playing live that fall and released the Suburban Beverage 7", which introduced Real Estate's brand of surfy, lo-fi pop, early in 2009.
    • The band joined the Domino Records roster in 2011 for its sophomore album, Days, which hit the shelves that fall.

    MV