DJ
NOW PLAYING


NEWS
[Review] 'Foals Live in Bangkok' คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยจากอีกหนึ่งปรากฏการณ์ร็อกสุดร้อนแรง
Aug 21, 2019

วงดนตรีจาก Oxford ทำให้การแสดงคืนวันพุธกลายเป็นมหรสพสุดยิ่งใหญ่สำหรับชาวกรุงเทพ ฯ ด้วยจิตวิญญาณชนิดทุ่มสุดตัวของฟร้อนต์แมน Yannis Phillippakis และผองเพื่อน
 


ชื่อของ Foals อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของอัลบั้มยอดขายประวัติศาสตร์หรือหรือเพลงฮิตติดชาร์ต อย่างไรก็ดีทั้งสี่หนุ่มกลายเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักฟังเพลงด้วยฝีมือการแสดงสดอันแสนดุดันและบ้าระห่ำตลอดทศวรรษที่โลดแล่นอยู่ในวงการ ไม่ว่าจะเป็นในผับเล็ก ๆ หรือเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ก็ตาม สำหรับคืนที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ย่อมไม่มีจุดหมายปลายทางใดน่าไปเยือนกว่าสตูดิโอ Moonstar แล้วสำหรับแฟนเพลงชาวไทย และในคืนดังกล่าวนั้นเอง พวกเขาได้สำแดงให้เห็นแล้วว่าการเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีฝีมือการแสดงสดอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ณ ชั่วโมงนี้เป็นอย่างไรกันแน่
 


คำว่า "น่าตื่นตาตื่นใจ" ไม่ได้หมายถึง Foals มาพร้อมกับโปรดักชั่นอลังการ ตรงกันข้าม บนเวทีมีเพียงฉากหลังจากภาพสลักของต้นปาล์มชวนสบายตาซึ่งกลายเป็นเป็นสิงโตสุดน่าเกรงขามในครึ่งหลังของการแสดง พวกเขาไม่ได้มีแดนเซอร์หรือเทคนิคแพรวพราวใด ๆ มาเสริม สิ่งที่ผู้ชมเห็นมีแต่แสงที่คอยประกอบจังหวะเพลงอย่างพองาม ที่เหลือคือลูกบ้าของ Yannis Philippakis นักร้องนำบวกกับคณะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Jack Bevan มือกลอง Jimmy Smith มือกีต้าร์ และ Edwin Congreave มือคีย์บอร์ด ระบบเสียงที่ไว้ใจได้ของสถานที่จัดงานในคืนดังกล่าวจึงนับเป็นความประจวบเหมาะที่ส่งให้การแสดงของวงดำเนินไปได้อย่างไหลลื่น
 


เมื่อถึงเวลาสามทุ่มตรง ณ สตูดิโอหมายเลข 8 ของ Moonstar สมาชิกดั้งเดิมของ Foals เดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับนักดนตรีแบ็กอัพ (หนึ่งในนั้นประกอบด้วย Jeremy Pritchard แห่ง Everything Everything ที่มาในฐานะมือเบสชั่วคราวแทนสมาชิกเดิม Walter Gervers ซึ่งออกไปเมื่อต้นปี 2018) เปิดการแสดงด้วยเพลง "On the Luna" จากอัลบั้มล่าสุด Everything Not Saved Will Be Lost – Part 1 เพื่อปลุกบรรยากาศให้ผู้ชมในสตูดิโอได้สนุกสนานสมกับการรอคอยก่อน "Mountain At My Gates" จะตามมาเป็นเพลงที่สองซึ่งยังคงดึงพลังงานจากฝูงชนออกมาได้อย่างต่อเนื่อง แม้ Foals อาจเป็นที่เลื่องลือจากอารมณ์ของเสียงร้องและทำนองอันดุเดือด ทางวงก็ได้นำเพลงช้าอย่าง "Sunday" และ "Syrups" ให้ได้พักหายใจหายคอก่อนผลงานดัง "Spanish Sahara" จะเริ่มไต่ระดับดนตรีให้กลับมาหนักขึ้น ส่งให้ฝูงชนกลับมาคึกคักชนิดไม่ได้หยุดก่อนทะยานไปจนถึง "Inhaler" เพลงสุดท้ายก่อนอองกอร์ เรียกได้ว่า Philippakis สามารถคุมพลังมวลชนได้โดยไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากบอกให้ทุกคนย่อลงไปกับพื้นแล้วปล่อยให้ลุกขึ้นมากระโดดกันอย่างสุดชีวิตในช่วงท้ายของเพลง ถือเป็นลูกเล่นหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมได้สนุกอย่างถ้วนหน้า สำหรับแฟนคลับชาวไทยก็ถือว่ามีอารมณ์ร่วมอยู่ไม่ใช่น้อย เกือบทุกคนในงานให้ความร่วมมือกับศิลปินเป็นอย่างดี รวมถึงช่วยกันขับร้องเพลงดังอย่าง “My Number” โดยพร้อมเพรียง กระแสตอบรับของเหล่าคนดูกลายเป็นภาพน่าประทับใจที่ศิลปินถึงกับต้องออกปากชมเป็นระยะ พร้อมกับไม่พลาดทิ้งท้ายตามธรรมเนียมว่าพวกเขาหวังจะได้กลับมาประเทศไทยไว ๆ นี้
 


Foals หายไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งด้วยอองกอร์อันชวนให้จดจำไปอีกนาน เริ่มด้วย “Black Bull” น้ำจิ้มจากอัลบั้ม Everything Not Saved Will Be Lost – Part 2 ซึ่งทางวงให้ความจำกัดความว่ามีซาวด์ที่หนักขึ้นจากอัลบั้มปัจจุบันอยู่เป็นกอง ตามมาด้วย “What Went Down” ที่ภาพ Philippakis กระโจนจากเวทีลงไปยังฝูงชนขณะดนตรีบรรเลงอย่างดุเดือดนั้นส่งให้บรรยากาศซึ่งระอุอยู่แล้วของสตูดิโอกลับทะลุขีดไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ แล้วจึงเดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดของค่ำคืนอย่างเพลงปิด “Two Steps, Twice” อันเรียกได้ว่ามีพลังทำลายล้างมหาศาล การได้เห็นผู้คนออกลีลากันอย่างมีชีวิตชีวาและส่งเสียงร้องอย่างชอบใจตั้งแต่แถวหน้าไปจนถึงหลังตลอดคอนเสิร์ตความยาว 18 เพลงกลายเป็นหลักฐานอันแจ่มชัดว่าเพราะเหตุใด Foals จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในวงที่มีทักษะการแสดงสดที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมร็อกสมัยใหม่
 


กว่าสิบปีที่ผ่านมา พวกเขาสั่งสมชั่วโมงบินจนเพียบพร้อมด้วยสารพัดกลเม็ดในการสะกดผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด เสน่ห์และความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของทุกคนบนเวทีกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในทุกแห่งที่ได้ไปเยือน สำหรับคืนวันพุธที่ผ่านมานั้นเอง เมื่อแสงไฟกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง หลายพันคนในฮอลล์ก็ได้รับรู้แล้วว่าไม่ว่าสถานที่จะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน หากดนตรีดังขึ้นเมื่อใด Foals จะไม่มีวันเล่นกันอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้งานกร่อยอย่างแน่นอน

 

เครดิตภาพ : VIJI CORP






LATEST NEWS



App Downlaod IOS App Downlaod Android