DJ
NOW PLAYING


NEWS
Interview with Sean Dowdell มือกลอง Gray Daze วงแรกของ Chester Bennington แห่ง Linkin Park ต้อนรับอัลบั้มใหม่ 'Amends' ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนหน้า
May 25, 2020

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา RockOnRadio.FM มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษผ่าน Zoom กับ Sean Dowdell มือกลองและผู้ร่วมก่อตั้งวงกรันจ์ร็อกจากรัฐแอริโซนาอย่าง Gray Daze ที่มี Chester Bennington เป็นนักร้องนำระหว่างปี 1993 - 1998 ก่อนที่เขาจะไปเข้าร่วม Linkin Park จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยวงเคยออกอัลบั้มร่วมกันจำนวนสองชุด คือ ‘Wake Me’ ในปี 1994 และ ‘…No Sun Today’ ในปี 1997 ซึ่งหลังจากนั้น สมาชิกคนอื่นๆ ของ Gray Daze ก็ได้แยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง
 


ก่อนการจากไปของ Bennington ในปี 2017 เขาได้ตัดสินใจกลับมารวมตัวกับ Gray Daze อีกครั้ง เพื่อนำผลงานเพลงในอดีตที่ไม่เคยถูกปล่อยมาปัดฝุ่นเป็นอัลบั้มใหม่ แต่กระบวนการดังกล่าวกลับดำเนินไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น และเมื่อทุกคนตกลงกันว่าจะเดินหน้าสานต่อโปรเจคนี้ให้เสร็จเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา อัลบั้มทริบิวต์ชุด ‘Amends’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และพร้อมที่จะออกสู่แฟนๆ ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ โดยอัลบั้มมาจากการบันทึกซาวด์ดนตรีใหม่ทั้งหมด ในขณะที่ยังคงเสียงร้องของ Bennington ไว้ในทุกๆ เพลง พร้อมกับได้ตัวลูกชายอย่าง Jaime Bennington มาบันทึกเสียงร้องเพิ่มเติม และรับหน้าที่กำกับมิวสิควิดีโอซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง “Soul Song” เช่นเดียวกับ Brian “Head” Welch และ James “Munky” Shaffer สองสมาชิกจากวงนูเมทัลแถวหน้า Korn ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำผลงานชุดนี้ด้วย
 


เพื่อเป็นการต้อนรับอัลบั้ม ‘Amends’ ที่หลายคนตั้งตารอคอย Dowdell จะพาแฟนๆ ชาวไทย ร่วมย้อนรอยถึงจุดกำเนิดของ Gray Daze ตลอดจนเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ บนเส้นทางดนตรีของพวกเขาที่ต้องพบกับบทพิสูจน์และความท้าทายมากมาย ถ้าพร้อมแล้ว เราไปติดตามกันเลย

สถานการณ์ที่นั่นตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

Dowdell: “จริงๆ แล้วผมสบายดีนะครับ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับธุรกิจต่างๆ นาๆ ของเรา และกำลังใช้เวลาส่วนมากไปกับการก่อสร้างบางอย่าง ผมกำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่ด้วย และกำลังโปรโมทอัลบั้มชุดนี้อยู่ ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่งพอสมควรเลย ผมทำงานราว 10-12 ชั่วโมงต่อวัน ทุกวันเลยครับ”

ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของ Gray Daze ให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

Dowdell: “ตอนนั้นเป็นปี 1992 ครับ เราได้ฟอร์มวงดนตรีแรกของเราขึ้นมา และเพื่อนคนนึงของเราชื่อ Chris Hewlett ได้มาเล่นกีตาร์กับเรานิดหน่อย เขาไม่ได้อยู่ในวงหรอก แต่พอดีเราเล่นดนตรีด้วยกันน่ะ และเขาก็บอกว่าเขารู้จักเด็กคนนี้ ที่มีเสียงร้องคล้ายกับ Eddie Vedder เราเลยคิดว่าต้องลองเรียกเขามาเทสหน่อยแล้วล่ะ เพื่อนจึงพาเขามาซ้อมในอีกสองสามวัน แน่นอนว่าเด็กคนนั้นคือ Chester ตอนนั้นเขายังอายุ 15 ส่วนผม 17 ปี เขาร้องเพลงของ Pearl Jam ให้เราฟัง ก่อนที่เขาจะร้อง เขาเดินเข้ามา ดูเป็นเด็กผอมๆ ใส่แว่น ผมหยิกๆ และเขาก็ดูเป็นเด็กเนิร์ดมากๆ ผมยังจำความรู้สึกผิดหวังเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเขาได้ดีเลย และเหตุผลเดียวที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะมันเป็นการล้อตัวเองอยู่หน่อยๆ ที่ตอนนั้นผมดันไปตัดสินเขาจากรูปลักษณ์ภายนอก เข้าใจอารมณ์ใช่ไหม? และหลังจากที่เขาเปล่งเสียงออกมา เขาก็ทำให้เราทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กัน เขายอดเยี่ยมมากจนผมถึงกับพูดไม่ออกเลย มันทำให้ผมตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่า อย่าได้ไปตัดสินหนังสือจากหน้าปกอีกเชียว และจากนั้นเราก็ได้ชวนเขาเข้าร่วมวง เขาถามเราว่า เราจะไปพบพ่อของเขาเพื่อขออนุญาตให้เขาเข้าร่วมวงได้ไหม เราจึงขับรถไปที่บ้านของ Chester และพบกับพ่อของเขา Lee แล้วบอก Lee ว่าเราต้องการที่จะทำอะไร และ Lee ก็ดูค่อนข้างหวั่นใจและกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของลูกชาย แน่นอนล่ะ มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว และเราก็ได้โน้มน้าวให้เขายอมปล่อย Chester มาร่วมวงด้วยสำเร็จ เราเริ่มนัดซ้อมกันสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงนั้น และเริ่มเขียนเพลงต้นฉบับกัน จนเราได้เล่นโชว์แรกประมาณสี่หรือห้าเดือนหลังจากนั้นครับ”
 


อยากทราบว่าตอนก่อตั้งวงในช่วงแรกๆ คุณให้นิยามซาวด์ดนตรีของ Gray Daze เป็นแนวไหน?

Dowdell: “เรานิยามแนวดนตรีของ Gray Daze ในยุค 90s เป็นโพสต์กรันจ์ครับ และแน่นอนว่าเรามีสไตล์ของเราเองที่แตกต่างออกไป ผมจะน่าอธิบายแนวดนตรีของอัลบั้ม ‘Amends’ ได้แตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งผมน่าจะอธิบายมันได้ว่าเป็นแนวโพสต์โมเดิร์น กรันจ์นะครับ ยิ่งตอนนี้คุณมีโปรแกรมมิ่งมากขึ้น เครื่องสังเคราะห์เสียงมากขึ้น หรืออุปกรณ์ทำนองนั้น ที่สามารถเพิ่มพื้นที่ให้กับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของซาวด์ดนตรีโพสต์ กรันจ์ร็อกมากขึ้น และผมคิดว่าเราสามารถทำได้โดยที่ยังคงความสมบูรณ์ของเพลงต้นฉบับไว้อยู่”

เมื่อพูดถึง Chester Bennington อยากทราบในความคิดเห็นของคุณ อะไรคือความแตกต่างของ Chester Bennington ระหว่าง Linkin Park และ Gray Daze?

Dowdell: “สำหรับ Gray Daze แล้ว มันคือ Chester ทั้งหมดเลยครับ ในขณะที่ Linkin Park นั้น Chester ได้แชร์ไมค์กับนักร้องคนอื่นด้วย แม้ว่าผมจะร้องแบ็คอัพให้ Chester อยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่ได้มีท่อนร้องของตัวเองที่แยกออกมาต่างหาก ผมคิดว่า Linkin Park เป็นวงที่ยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่เขาทำในวงมันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ แต่ผมคิดว่าถ้าผมจะต้องอธิบายความแตกต่างแล้ว นี่คืออารมณ์ของ Chester ที่กลั่นออกมาจากตัวเขาคนเดียวแบบ 100% เลยนะครับ ซึ่งก็มีส่วนใน Linkin Park ด้วยนั่นแหละ แต่ Chester ก็ร้องในท่อนของเขา Mike [Shinoda] ก็ร้องในท่อนของเขา แล้ว Chester ร้องคอรัส มันเป็นการผสมทางอารมณ์ หรือการผสมทางมุมมองมากกว่า และผมคิดว่า Gray Daze มีความแตกต่างกันเล็กน้อย มันมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ Chester มากกว่า และมีศูนย์กลางอยู่ที่ Chester มากกว่าด้วยครับ”
 


พวกคุณแยกวงหลังจากที่ Chester Bennington เข้าร่วม Linkin Park เป็นเวลาหลายปี เล่าให้เราฟังหน่อยว่าแผนการรียูเนียนในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Dowdell: “ครับ เราแยกวงในช่วงกลางปี 98 และ Chester ได้เข้าร่วม Linkin Park ตอนที่ยังใช้ชื่อวงว่า Hybrid Theory ในปี 99 เราไม่ได้คุยกันเลยราวๆ สองสามปี จนกระทั่งในปี 2002 เราเริ่มจุดชนวนมิตรภาพของเราอีกครั้ง และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการรียูเนียนของ Gray Daze ทันที ในตอนนั้น เราพยายามหลายต่อหลายครั้งมากครับ ในการนำ Gray Daze กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลาที่ใช่ซักที เราเคยพยายามครั้งหนึ่งในปี 2002 ครั้งหนึ่งในปี 2006 และอีกครั้งในปี 2016 มันรู้สึกเหมือนเป็นเวลาที่ใช่แล้วนะ แล้ววันหนึ่งเขา [Chester] ก็โทรหาผม และเราก็ได้พูดคุยกัน เราหารือเกี่ยวกับการทำธุรกิจร่วมกันในชื่อ Club Tattoo และพูดคุยเกี่ยวกับการนำ Gray Daze กลับมารวมตัวกันเพื่อขึ้นแสดง เขาบอกกับผมว่า ‘คุณรู้ไหม ผมคิดถึงการมีวงร็อกของตัวเอง และคิดถึงการได้เล่นกับพวกคุณจัง’ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของมันครับ”
 


เราได้ยินมาว่ามีสมาชิกบางท่านในครอบครัวของ Chester Bennington รวมถึงนักดนตรีคนอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้ม ‘Amends’ ด้วย อยากให้คุณช่วยเล่าถึงมันให้ฟังหน่อย?

Dowdell: “ผมจะเริ่มด้วยครอบครัวของ Chester นะครับ มันมีความสำคัญมากๆ สำหรับผม รวมถึง Cristin [Davis, มือกีตาร์] และ Mace [Beyers, มือเบส] ว่าถ้าเราจะทำอัลบั้มนี้ให้เสร็จ เราจะต้องได้รับอนุญาตจากครอบครัวก่อน เราก็เลยเริ่มต้นด้วยการบินไปหา Talinda [Bentley, ภรรยาม่ายของ Bennington] ที่แอลเอ แน่นอนว่าเธอเป็นเพื่อนของผม และยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจใน Club Tattoo ด้วย ผมได้บอกกับเธอถึงสิ่งที่เราต้องการจะทำ แล้วเธอก็พูดว่า ‘ฟังนะ คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา คุณมีความตั้งใจที่ดีที่สุดของเขาอยู่ในหัวใจของคุณเสมอ ฉันรู้ว่าคุณจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และคุณจะต้องทำให้เขาภูมิใจ’ ผมได้รับอนุญาตจากเธอ 100% เลยครับ จากนั้นผมได้ไปคุยกับพ่อและแม่ของ Chester และทำให้มั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจถึงสาเหตุที่ผมต้องการทำโปรเจคนี้กับวงให้เสร็จ และพวกเขาก็รักผมครับ พวกเขาบอกว่าทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ล่ะ พวกเขาชอบความคิดที่ Chester ได้กลับเข้าร่วม Gray Daze อีกครั้ง นอกจากนี้ ผมยังไปคุยกับ Samantha อดีตภรรยาของ Chester และลูกชาย Draven ด้วย ผมจึงได้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของ Chester ในบริบทครอบครัว มามีส่วนร่วมในการตัดสินใจครั้งนี้ ผมทำให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจถึงสาเหตุที่เราต้องการทำโปรเจคนี้ให้เสร็จ และวิธีที่เราจะทำมัน และทำให้แน่ใจว่าเราจะได้รับอนุญาตจากพวกเขา พวกเขาต่างก็รักในเสียงดนตรี และอยากให้เราทำมันครับ”
 


“สำหรับส่วนที่สองของคำถาม นักดนตรีคนอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วยนั้น มันยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งเวลาผ่านไปราวๆ แปดเดือน หลังจากที่เราเริ่มลงมือทำอัลบั้มนี้ครับ ซึ่งในตอนนั้น ผมได้พูดคุยกับเพื่อนบางคนของผม หรือเพื่อนของ Chester ด้วย และหนึ่งในคนแรกๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมก็คือ Ryan Shuck ที่เล่นในวง Dead by Sunrise ร่วมกับ Chester เขาเล่นในวง Orgy และ Julien-K ด้วย ซึ่งทั้ง Ryan ตัวผมเอง และ Chester ก็เคยเล่นด้วยกันในวงที่ชื่อ Bucket Of Weenies เขากับผมเป็นเพื่อนสนิทของ Chester และเราก็ได้ชวนเขามาเล่นในเพลง “In Time” และวันหนึ่งผมได้คุยแชทกับ Head จาก Korn ผมบอกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และเขาก็พูดว่า ‘โอ้ มันเจ๋งมากเลย’ ผมก็เลยถามเขาว่า ‘ผมรู้ว่าคุณจะให้ความเห็นที่ตรงไปตรงมากับผม ผมส่งแทร็กๆ นึงให้ฟังเพื่อขอความเห็นจากคุณได้ไหม?’ และผมก็ส่งมันไปให้เขา ซึ่งเขาน่าจะเปิดฟังมันทันที เพราะหลังจากที่เพลงจบลง เขาได้โทรหาผมแล้วบอกว่า ‘ไอ้น้องเอ๊ย นี่มันน่าทึ่งมากๆ มันคืออะไรเหรอ?’ ผมก็เลยส่งรันดาวน์ของโปรเจคไปให้เขาดู ซึ่งในจุดนั้น มันรู้สึกใช่มากๆ ผมพูดว่า ‘เฮ้ คุณอยากจะเล่นในอัลบั้มด้วยไหม? คุณต้องการเล่นเพลงนี้ไหม?’ แล้วเขาก็ตอบว่า ‘ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้เล่นมันครับ แต่ผมอยากจะขออย่างนึง ให้ Munky มาเล่นกับผมด้วยนะ’ ผมจึงตอบ ‘ได้แน่นอนสิครับ’”
 


“และเหตุผลที่เราทำเช่นนั้นเป็นเพราะเรารู้ดีว่า Chester รักคนเหล่านั้น ผมรู้จัก Head มาซักพักแล้ว และเขาก็ดีใจกับผมเสมอ และ Munky ถึงแม้ว่าเราจะเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่เขากับดีใจมากๆ เช่นกัน ส่วนที่ลึกซึ้งกว่านั้นสำหรับเราในฐานะวงคือเรารู้ว่า Chester ชื่นชมสมาชิก Korn ทั้งสองคน และอยากที่จะมีโอกาสได้เล่นกับพวกเขาในอัลบั้มจริงๆ มันจึงเป็นเรื่องง่ายมากๆ ตอนที่เราชวนพวกเขา และมันมีวิวัฒนาการมาจากตรงนั้นด้วย เราลงเอยด้วยการได้ตัว Marcos [Curiel] ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของ Chester จากวง P.O.D. เขามาเล่นในแทร็กที่มีชื่อว่า “What’s in the Eye” เรายังได้ Chris Trainor มาเล่นในกีตาร์แทร็ก และช่วยเขียนเพลงอื่นๆอีกสองสามเพลง ทั้ง “Sometimes”, “Soul Song”, “Just Like Heroine” รวมถึงเล่นใน “What’s in the Eye” ด้วย และเรายังชวนนักร้องคนนึงที่ Chester รักมากๆ ชื่อของเธอคือ LP ผมจำได้ว่าตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เรากำลังนั่งรถด้วยกัน แล้วเขาก็พยายามแนะนำนักร้องหน้าใหม่คนนี้ให้ผมรู้จัก เขารักเสียงร้องของเธอหมดใจ เราจึงติดต่อไปหาเธอ และได้มารู้ว่าเธอก็เป็นแฟนตัวยงของ Chester เหมือนกัน นั่นคือสิ่งที่วิวัฒนาการไปตามกระบวนการครับ เราแค่ชวนคนที่ดูสมเหตุสมผล ที่จะมาเล่นในอัลบั้มที่ Chester มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับมัน และคนที่เขาอยากจะมีโอกาสได้เล่นด้วยกัน”
 

 

Gray Daze มีแผนบริจาครายได้จากอัลบั้ม ‘Amends’ ให้กับผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้าด้วยใช่ไหม? เล่าให้เราฟังซักเล็กน้อยเกี่ยวกับความคิดริเริ่มนี้หน่อย

Dowdell: “ใช่ครับ เราจะบริจาคผ่านทางมูลนิธิ 320ChangesDirection ของ Talinda Bennington เธอตัดสินใจว่าเธอต้องการที่จะนำส่วนหนึ่งของรายได้เข้าสู่องค์กรซึ่งช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต และเพื่อสนับสนุนการรับรู้ด้านสุขภาพจิต และพยายามนำสิ่งที่เป็นบวกจากการสูญเสีย Chester มาสู่โลกใบนี้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการพยายามช่วยเหลือผู้ที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีเสียง หรือไม่รู้สึกว่าพวกเขามีทางออก และให้ทำพวกเขารู้ว่ามันยังมีอยู่เสมอ นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดริเริ่มนี้ครับ มันเป็นสิ่งที่ Talinda ต้องการทำ และเป็นสิ่งที่เธอพยายามผลักดันมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”

พูดอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อย

Dowdell: “ผมรักประเทศไทยครับ รอที่จะแวะไปที่นั่นแทบไม่ไหวแล้ว ผมเป็นแฟนตัวยงเลยล่ะ ผมชอบที่คนไทยสนุกสนานกับเสียงดนตรีมากๆ และเราก็รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ ที่สามารถติดต่อถึงพวกเขา และพูดคุยกับพวกเขาได้ครับ”





OTHER NEWS


LATEST NEWS



App Downlaod IOS App Downlaod Android
เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลการใช้งานของคุณเพื่อนำมาใช้วางแผนและบริหารเว็บไซต์ อ่านเพิ่มเติม